ออนซิเดียม (Oncidium)


ออนซิเดียม (Oncidium) เป็นหนึ่งในสกุลกล้วยไม้ขนาดใหญ่ด้วยจำนวนประมาณ 600 ชนิด กล้วยไม้สกุลออนซิเดียมชนิดแรกมีชื่อว่าออนซิเดียม เอลทิสซิมัม (Oncidium altissimum) โดยผู้ตั้งชื่อคือ Olof Swartz ในปี ค.ศ. 1800 ออนซิเดียมมาจากภาษากรีก คำว่า ออนกอส (onkos) ซึ่งหมายถึง การพองขึ้น ตามลักษณะปาก(lip) ด้านล่างที่เป็นกลีบหนา กล้วยไม้สกุลนี้ส่วนใหญ่เป็นกล้วยไม้รากอากาศ (epiphytes) แม้บางชนิดจะเป็นรากกึ่งอากาศ (lithophytes) หรือรากดิน (terrestrials) พบได้ในตอนเหนือของเม็กซิโก ชายฝั่งทะเลแคริบเบียน (the Caribbean) ทางใต้ของรัฐฟลอริดา (Florida) และทางใต้ของอเมริกาบริเวณพื้นที่แห้งแล้ง เจริญเติบโตได้ทั้งอากาศร้อนและเย็น ปัจจุบันกล้วยไม้สกุลนี้พบได้ทั่วไปในอเมริกาเขตร้อน และสามารถพบได้ในบริเวณสูงกว่าระดับน้ำทะเล 400 เมตร

กล้วยไม้สกุลออนซิเดียมสามารถผลิตดอกที่มีสีสดใส เป็นหนึ่งในกล้วยไม้รากอากาศจากเมืองร้อนที่นำมาปลูกโดยชาวยุโรปยุคแรก ออนซิเดียมในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติมีรูปร่าง สี และขนาดแตกต่างกันไป มีทั้งดอกสีเหลือง น้ำตาล แดง ไปจนถึงสีขาว กล้วยไม้สกุลนี้เหมาะสำหรับผู้เริ่มปลูกและเก็บสะสมกล้วยไม้ อีกทั้งยังเหมาะกับการปลูกเพื่อค้าขาย แม้จะมิได้เป็นที่นิยมในปัจจุบันมากนักแต่กล้วยไม้สกุลนี้ก็สามารถดึงดูดผู้ สนใจปลูกได้ด้วยการเพาะเลี้ยงได้ง่าย ดอกมีตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ บางชนิดมีดอกลักษณะคล้ายผู้หญิงนุ่งกระโปรงบาน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ราก – รากกึ่งดิน
ลำต้น – บางชนิดมีลำลูกกล้วย บางชนิดไม่มีลำลูกกล้วย ลักษณะของลำลูกกล้วยแตกต่างกันไปตามชนิด เช่น แคบ กลม แบน เป็นต้น
ใบ – มีทั้งใบยาวเรียวแหลม และใบกว้าง
ดอก – กลีบดอกสีเหลือง เส้าเกสรสั้น ช่อดอกยาวประมาณ 50 เซนติเมตร 1 ช่อมีดอกมาก
ถิ่นกำเนิด – อเมริกากลางและอเมริกาใต้

ออนซิเดียมมีหลายร้อย ชนิด และมีลูกผสมกว่าพันชนิดเกิดขึ้นในโลก
ส่วนใหญ่มีดอกสีเหลืองลายจุดสีน้ำตาล เช่น

ออน ซิเดียม สเพลนดิดัม (Oncidium splendidum)
แหล่งที่พบ – บราซิล
ลักษณะ – ลำลูกกล้วยเป็นกลีบสีเขียว ใบยาวแหลม ก้านช่อดอกยาวประมาณ 50 cm.
มีหลายแขนง ดอกมีปากแบนใหญ่สีเหลืองสด กลีบดอกมีจุดสีน้ำตาล
ออกดอกเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน

ออนซิเดียม แอมพลิเลียตัม (Oncidium ampliatum)
แหล่งที่พบ – กัวเตมาลา เปรู
ลักษณะ – กลีบดอกสีเหลืองมีจุดสีแดงบริเวณโคนกลีบ ก้านยาวประมาณ 90 เซนติเมตร
ออกดอกเดือนมีนาคม – มิถุนายน

ออนซิเดียม บิโฟเลียม (Oncidium bifolium)
แหล่งที่พบ – โบลิเวีย บราซิล ปารากวัย
ลักษณะ – กลีบดอกสีเหลืองมีลายสีน้ำตาลแดง ดอกขนาด 3 เซนติเมตร ช่อดอกยาวประมาณ 40 เซนติเมตร

การปลูก กล้วยไม้สกุลออนซิเดียม

นิยมใช้กระถางดิน เผา เครื่องปลูกใช้ถ่านกับเศษกระถาง ต้องการแสงแดดปานกลาง ชอบแดดช่วงเช้า ใช้ปุ๋ยสูตรเสมอประมาณสัปดาห์ละครั้ง ในการปรับอุณหภูมิให้ เหมาะสมกับกล้วยไม้สกุลออนซิเดียมอาจแบ่งได้เป็นกลุ่มตามสภาพแวดล้อมทาง ธรรมชาติได้แก่

1. กลุ่มแห้งแล้งตลอดปี (DRY ALL YEAR)
เป็นกล้วยไม้ขนาดเล็ก ที่มีดอกใหญ่สีสด เช่น ยูโรไฟลัม (urophyllum) พูลเชลลัม (pulchellum) ไตรไควตรัม (triquetrum) ฮีนีเคนนี (henekenii) พวกนี้ไม่ต้องการน้ำมากนัก ส่วนใหญ่ตามธรรมชาติจะพบในที่แห้งแล้งและกึ่งทะเลทราย เมื่อให้น้ำแล้วก็ต้องปล่อยให้แห้งบ้าง กล้วยไม้ในกลุ่มนี้มีประมาณ 15 % จากบรรดากล้วยไม้ในกลุ่มออนซิเดียมทั้งหมด

2. กลุ่มชื้นตลอดปี (MOIST ALL YEAR)
กล้วยไม้สกุลออนซิเดียม ประมาณครึ่งหนึ่งจัดอยู่ในกลุ่มนี้ เป็นกล้วยไม้ที่เติบโตได้ตลอดทั้งปีและต้องให้น้ำตลอดปี แม้ว่าจะลดการเจริญเติบโตในช่วงฤดูหนาว การให้น้ำจึงต้องเพิ่มตามอุณหภูมิที่สูงขึ้นด้วย กล้วยไม้สกุลออนซิเดียมที่อยู่ในกลุ่มนี้ เช่น แมคแรนธัม (macranthum) เฟลซิพีเทลัม (falcipetalum) เลเมลลิกเจอรัม(lamelligerum) เซอเรตัม (serratum) แอนนูแลร์ (annulare) เป็นต้น

3. กลุ่มที่มีสภาพแวดล้อมตามฤดูกาลทั้งแห้งแล้งและชุ่มชื้น (SEASONAL DRY/MOIST ENVIRONMEN)
กล้วยไม้ ชนิดนี้มาจากเทือกเขาออร์แกน (Organ Mountains) บริเวณชายฝั่งของบราซิล และมีมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ในฤดูหนาวที่มีอากาศเย็นและมีแสงสว่าง กล้วยไม้พวกนี้จะหยุดการเติบโตชั่วคราว จนเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิซึ่งมีฝนตกและอุณหภูมิร้อนชื้นก็จะค่อย ๆ เติบโตขึ้น ในฤดูร้อนซึ่งแสงแดดส่องสว่างผลิดอกได้งดงาม กล้วยไม้ชนิดนี้มีรากยาวช่วยในการเกาะเกี่ยวกิ่งไม้หรือท่อนไม้ได้ดี กล้วยไม้สกุลออนซิเดียมในกลุ่มนี้ เช่น แฮร์ริสโซเนียนัม (harrisonianum) พุลวิเนตัม (pulvinatum) โรบัสทิสซิมัม (robustissimum) เป็นต้น

4. กลุ่มที่มีความต้องการไม่แน่นอน (VARIABLE REQUIREMENTS)
กล้วยไม้ที่อยู่ในกลุ่ม นี้เช่น กล้วยไม้ในกลุ่ม เฮเทอแรนธา (Heterantha) แพลนนิเลเบรีย (Planilabria) และเอกซ์เคเวตา(Excavata) ซึ่งมิได้พบเห็นได้ทั่วไป สำหรับกล้วยไม้เหล่านี้ยังคงต้องมีการสำรวจวิจัยแหล่งที่อยู่และสภาพแวดล้อม ที่เหมาะสมต่อไป

click to My Oncidium

ที่มา: http://www.weloveorchid.com